..ขณะนี้บล๊อกผมได้กลายเป็นอะไรซักอย่างที่ไม่ใช่แม้แต่ไดอารี่ไปซะแล้วครับ
(Diary มันก็ควรจะ Daily ..ด้วยนี่นะ)
รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็น Memo ไปซะแล้วล่ะครับ ..สำหรับบล๊อกรายดองฉบับนี้
ครั้งสุดท้ายที่อัพคือ 15/9/2011 ตามชื่อเอนทรี่เลย ..โอ้! จะครบ 3 เดือนแล้ว
ก่อนอื่นก็ต้องกล่าวทักทายก่อนสินะครับ
(ไม่รู้เหมือนกันว่าทักใครและจะมีใครหลงเข้ามาอ่านมั้ย)
ขอโทษคร๊าบบบบบบบ!!!!
มาเวิ่นเว้อตามเคยครับ.. เล่าเหตุการณ์ที่ผ่านๆมาหน่อย
ก่อนอื่นเลย เนื่องจากไม่ได้เข้าบล๊อกซะนาน
วันนี้ก็เพิ่งจะสังเกตุเห็นสิ่งนี้ครับ
แบนเนอร์โฆษณาที่แปะหราอยู่บน Head และ Sidebar#1
(คิดว่าแต่ละบล๊อกน่าจะถูกวางแบนเนอร์ไว้ที่ต่างๆกันล่ะมั้งนะ)
เลยจัดการไปเอาออกโดยด่วนเลย สำหรับเจ้า Widget ตัวนี้
...............ผ่านไปเรื่องนึง.....................
ช่วงเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมานี้ซึ่งไม่ได้อัพบล๊อกเลย
ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับช่วงปิดเทอมอันแสนยาวนานเหมือนวนลูปอยู่ในปิดเทอมหน้าหนาวมา 3 รอบ
ปกติปิดกลางภาคอย่างมากก็แค่เดือนเศษๆ นี่เล่นปิดตั้งแต่ 18เดือน9 กว่าจะเปิดก็ 11เดือน12
เป็นช่วงเวลายาวนานที่มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย
หลักๆก็คือเหตุการณ์[น้ำท่วม] ภัยพิบัติที่ดูเนิบๆแต่คร่าชีวิตคนไทยไปกว่า 600 คน
ช่วงน้ำท่วมตัวผมเองผ่านอะไรมาบ้าง..
1.เป็นผู้ประสบภัย?
ไม่เลยครับ ..บ้านผมอยู่ในเขตคลองสาน พื้นที่ๆ(ว่ากันว่า)อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3.5 เมตร
เป็นพื้นที่สูงสุดๆเขตนึงใน ก.ท.ม. (แม้จะไม่เคยเห็นประกาศว่าเป็นที่ปลอดภัยก็เถอะ)
2.จิตอาสา?
เปล่าเลยครับ ..อย่างมากก็อาสาได้แค่จิต ผมไม่มีทรัพย์สินและแรงกายจะไปช่วยอะไรได้เลย
ทำได้ก็แค่นั่งดูข่าว ถามข่าวคราวจากน้องพี่ชายและพี่ชาย(ซึ่งไปเป็นอาสา) ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
3.ข้าวของแพง?
แพงชิบเป๋งเลยครับ ..เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นการกักตุนสินค้าแบบน่าเกลียดก็ปีนี้ล่ะครับ
ช่วงวิกฤติก็ยังมีคนเอาเปรียบฉวยโอกาสหากำไรเข้าตัวจนได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครที่เป็นคนผิดกันแน่
ร้านผมเองก็เช่นกันครับ เนื่องจากเป็นร้านขายเครื่องดื่ม แน่นอนว่าได้รับผลกระทบเต็มๆเลย
สินค้าไม่ค่อยมี แถมต้นทุนยังแพงขึ้น(มาก) แต่ก็ยังต้องสั่งมาป้อนลูกค้าโดยแทบไม่ได้กำไร
ร้านผมไม่ได้เอาเปรียบฉวยโอกาสขึ้นราคาแพงๆ ยังไม่วายมีลูกค้าโวยวายว่าขายของแพงเลยครับ
เหนื่อยใจจนเคยมาโพสบ่นในโปรไฟล์ FB มารอบนึง ..ยังรู้สึกอายไม่หายเลยครับ
(สินค้าหลายตัวทางร้านต้องไปตระเวนหาเองเพราะไม่มีคนส่ง บางทียังต้องไปวนซื้อเพราะจำกัดจำนวน)
4.เครียด?
ไม่เครียดเรื่องน้ำท่วม แต่เครียดเพราะผลกระทบที่ตามมาครับ หลักๆก็เป็นเรื่องธุรกิจในบ้านนี่ล่ะครับ
ขายน้ำในช่วงขาดแคลนน้ำ ..ของแพง กำไรหด ลูกค้าลด โดนด่า เคยคิดว่าทำไมไม่ปิดร้านในช่วงนี้
แต่ว่าที่บ้านก็ยังต้องกินต้องใช้ ลูกค้าเองก็เหมือนกัน เพราะงั้นเลยต้องตระเวนหามาป้อนลูกค้า
5.นี๊ท
อันนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับข้อบนๆหรอกครับ หลักๆคือตัวผมเอง
หลังเผชิญปัญหาข้อ 4 ทำให้เองเกิดอาการวิตกจริตกำเริบ
เนื่องจากขายของจำราคาไม่ได้ ราคาเปลี่ยนแทบทุกวัน(แพงขึ้น)
ของบางอย่างราคาขึ้นเกือบเท่าตัว จนรู้สึกไม่กล้าขายลูกค้า กลัวโดนด่าอีก
แถมด้วยช่วงนี้มีญาติที่หนีน้ำจากบางบัวทองมาอาศัยอยู่ด้วย ที่บ้านจึงมีคนช่วยงานเพิ่มขึ้น
ตัวผมจึงฉวยโอกาสนี้หมกตัวอยู่ในห้องไปเลย นานๆทีจะได้ลงมาขายก็เฉพาะตอนเพื่อนมาดื่มเท่านั้น
ตัวผมเองก็ไม่ชอบที่จะหลบมาอยู่ในวงจรนี๊ทแบบนี้หรอกครับ
..ก็กะว่าจะอาศัยช่วงเปิดเทอมนี่ล่ะ พออะไรๆเริ่มกลับเข้าที่ ก็จะกลับมาใช้ชีวิตตามเดิม
...............ผ่านไปอีกเรื่อง.....................
กลับมาพูดถึงบล๊อกนี้ดีกว่า
ช่วงที่ดองเกือบ 3 เดือนนี้ทำไรมาบ้าง ..หัวข้อไม่ต่างจากเมื่อกี้แฮะ
แน่นอนเหมือนเคย เหตุผลต้นๆของบล๊อกเกอร์ที่ดองยาวหลายแหล่คงต้องไปโทษ Facebook
(ผมเองก็โทษมัน ฮ่าๆๆ)
..จริงๆตั้งแต่ช่วงที่มี Social Network ต่างๆผุดมามันก็ทำให้ได้ใช้เวลาในบล๊อกน้อยลง
พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตเปลี่ยนไป จากที่ต้องมานั่งร่ายยาวๆเป็น 1 เอนทรี่
กลายเป็นการโพสบ้าบออะไรก็ได้เพื่อแสดงความเคลื่อนไหวของตัวเอง
มันสะดวกจนทำให้ความโรแมนซ์ในการอัพบล๊อกของบล๊อกเกอร์หลายคนหดหายไปเยอะเลยล่ะครับ
..ก็ว่าไปนั่น
จริงๆแล้วหลักๆมันอยู่ที่ความขยัน(และความขี้เกียจ) มากกว่า
ผมว่าบล๊อกเกอร์เปรียบได้กับ[นักเขียน] และเอนทรี่ก็คือ[บทความ] ซึ่งประพันธ์โดยนักเขียน
การอัพบล๊อกกับการโพส status จึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ทั้งความตั้งใจ ใส่ใจ ความรัก ความคิดคำนึง ความปราถนาที่อยากจะถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ
มันต่างกับการที่โพล่งบอกอะไรก็ไม่รู้เรื่อยเปื่อยทุกๆ 5 นาที
ยิ่งความถี่เยอะเท่าไหร่ ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมายิ่งลดน้อยลง
การเขียนบล๊อกนั้นรวบรวมช่วงเวลาเหล่านั้นระบายออกมาในบทความเดียว
มันจึงมีเนื้อหาที่อัดแน่นยิ่งกว่าถ้อยคำสั้นๆ ..จากปลายนิ้วของผู้เขียนเอง
แต่ว่ามันก็เป็นแค่ความรู้สึกจากผู้เขียน แต่ผู้อ่านจะรับรู้ได้แค่ไหนมันก็อีกเรื่องล่ะนะ ..ไหงงั้น?!
ที่จริงแล้วช่วงเวลาเืกือบ 3 เดือนที่ไม่ได้อัพบล๊อก ผมไม่ได้ติด FB อยู่หรอก
(เรียกว่าดอง FB ด้วยมั้ง)
ติดเกมพวกนี้ฮะ
Divine Soul online
เกมเป็นแบบ TPS แนวแอคชั่นตะลุยมิชชั่นไปเรื่อย
ภาพสวยใช้ได้ การบังคับโอเคเลย ..แต่โดนปัญหา xtrap จอฟ้าไปทีนี่เล่นเอาหมดอารมณ์ลบเกมทิ้งไปเลย
Hitman: Blood Money *ยืมภาพจากอากู๋
เกมแนว TPS ภารกิจลอบเร้นสังหารเป้าหมาย เล่นผ่านเป็นมิชชั่น(14ด่านมั้ง)
ภาพสวยใช้ได้ เล่นเพลินดี เกมเก่าแต่แนะนำให้ลองหามาเล่นดูซักครั้งถ้ายังไม่เคยลอง
Counter Strike
อันนี้คงไม่ต้องมีภาพยกตัวอย่าง เกม FPS สามัญประจำเครื่องที่เล่นฆ่าเวลาได้ดีนักแล
Angel's Tale
เกมไทย แนวจีบสาว ที่ต้องกดอ่านๆ แล้วเลือกตัวเลือกเพื่อดำเนินเนื้อเรื่องต่อ
ดูเหมือนจะเป็นเกมแฟลชล่ะมั้ง โดยส่วนตัวแล้วไม่ถนัดแนวนี้เลยได้ลองเล่นไปแค่นิดเดียว
GTA: San Andreas & Bully
& 
2 เกมแนว TPS เปิดโลกกว้าง ที่แทบไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรเลยล่ะมั้ง
Eden Eternal online *ยืมภาพจากอากู๋
เกม MMO ทั่วไป บรรยากาศเกมน่ารักดูแล้วนึกถึงเกม ECO เลย
ผมไม่ได้เล่นหรอก โดนน้องชายผลาญชั่วโมงคอมไปเยอะกับเกมนี้แหละ
เล่นเซิฟของ Aria รอเซิฟไทยเปิดอยู่ ..มาสคอตเกมนี้น่าจะเป็นตัวอัลปาก้าล่ะมั้งนะ
และเนื่องจากช่วงหลังถูกน้องชายแย่งคอมไปเล่น
จึงได้ขุดเจ้าเครื่องคอนโซล PS2 มาเล่นอีกรอบ
*ลิสต์รายชื่อเฉยๆละกัน
1. Final Fantasy XII
-เล่นไปเกือบ 70 ช.ม. จนเอียนแล้ว พักไว้ก่อน
(ของเก่าเคยเล่นไป 120 ช.ม. ติดบั๊กเกมค้างเลยเลิกเล่นไปรอบนึง)
เกม RPG ที่ดีที่สุดตัวนึงที่เคยเล่นมา ภาพสวย ชอบระบบต่อสู้ที่เหมือนเกมออนไลน์
ปกติแล้วเกลียดเทิร์นเบสมาก เลยแทบไม่ค่อยได้เล่นแนว RPG เลย
2. Obcure2
-เพิ่งเคยเล่นจบรอบแรก เมื่อก่อนหาเพื่อนเล่นไม่ได้เลยเลิกเล่นกลางคัน(เล่น coop ได้ 2 คน)
เป็นเกมแนวสยองขวัญตัวนึงที่ชอบที่สุดเลยเพราะเล่นง่าย แต่เกลียด puzzle ช่วงท้ายๆฉิบ
3. Shin Megami Tensei: Persona 4
-เกมนี้ดองมาชาติกว่าไม่เคยแกะเล่นเลย สบโอกาสช่วงพักเอียน FF12 ไม่มีไรเล่น*จบobcure2แล้ว
เลยได้ขุดมาเล่นดูเมื่อคืนนี้เอง ภาษาก็ถูไถงูๆปลาๆไป(UC)
ยังเล่นได้แค่นิดหน่อยแต่เนื้อเรื่องโอเคเลย ..ถ้าเล่นจบแล้วว่าจะหาอนิเมมาดูด้วย
[จบการรายงาน]
สมเป็น MEMO จริงๆ